บทความ

5 เคล็ดลับปรับปรุงบ้านสำหรับวัยเก๋า

พอเข้าวัยเกษียณ บ้านก็กลายเป็นสถานที่ที่ผู้สูงวัยหลายคนใช้เวลามากขึ้น แต่บ้านเดิมที่อาศัยตั้งแต่วัยทำงานก็อาจจะไม่ตอบโจทย์อีกแล้ว เป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งโครงสร้างของบ้านที่ทรุดโทรมลง และสุขภาพร่างกายที่ต้องคำนึงถึง ยังแฮปปี้จึงขอรวมเคล็ดลับการปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมและปลอดภัย ต่อผู้สูงอายุมาฝาก

1.  ควรปรับปรุงบ้านก่อนอายุ 70 

ก่อนจะเริ่มคิดว่าจะจัดการบ้านอย่างไร ขอเริ่มด้วยเคล็ดลับแรกว่า การปรับปรุงบ้าน หรือย้ายที่อยู่อาศัยควรทำก่อนอายุ 70 เพราะเมื่อย่างเข้าเลข 7 ผู้สูงอายุมักเริ่มมีอาการสมองเสื่อม ความจำเลอะเลือน  หากปรับบ้านหลังช่วงอายุดังกล่าว จะทำให้ปรับตัวค่อนข้างยาก เกิดความสับสนระหว่างห้องเก่าก่อนการปรับปรุงกับห้องใหม่ ดังนั้นจึงควรปรับปรุงบ้านให้พร้อมก่อนอายุ 70 ปี ยิ่งอายุประมาณ 50 ปีก็ควรจะเริ่มเลย เพราะยังมีแรงแข็งขัน

2.  แสงแดดคือสิ่งที่ควรใส่ใจ

ข้อแรกเกี่ยวข้องกับเรื่องความจำของผู้สูงอายุ เคล็ดลับต่อมาก็ยังคงเกี่ยวข้องกับเรื่องของสมอง บ้านที่ดีต่อผู้สูงวัยนั้น ห้องนอนควรจะมีหน้าต่างหรือประตูให้แสงแดดส่องถึง เพราะแสงแดดจะช่วยผู้ป่วยความจำเสื่อมรับรู้ถึงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า และเมื่อตะวันตกดิน แสงแดดน้อยลงก็ช่วยให้ร่างกายผลิตเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับ ทำให้ผู้สูงวัยรับรู้ว่า ควรพักผ่อนเมื่อใด นอกจากนี้แสงแดดอ่อนๆ  ยังมีวิตามินดีช่วยเรื่องกระดูก และมีรังสียูวีช่วยฆ่าเชื้อโรคอีกด้วย

3.  หลีกเลี่ยงบันได ใช้ทางลาดแทน

เมื่ออายุมากขึ้น ควรปรับปรุงห้องนอนให้อยู่ชั้นล่างของบ้าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการขึ้น-ลงบันได ถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนบันไดเป็นทางราบแทน แต่ถ้าบางส่วนของบ้านมีลักษณะชัน ไม่สามารถปรับปรุงเป็นทางราบได้ ก็แก้ด้วยการทำเป็นทางลาดและติดราวจับ เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

4.  ปรับห้องน้ำให้ปลอดภัย

ห้องน้ำเป็นสถานที่อันตรายที่ผู้สูงอายุหลายคนมักประสบอุบัติเหตุ การปรับปรุงห้องน้ำจึงจำเป็นอย่างมาก ควรเริ่มจากพื้นห้องน้ำที่มักมีปัญหาการลื่น ซึ่งมีทางเลือกในการแก้ปัญหา 3 ทาง ได้แก่

1.เปลี่ยนกระเบื้องให้มีความหยาบมากขึ้น ข้างกล่อง ควรมีค่ากันความลื่น (ค่า R) R10-R12

2.ใช้น้ำยากันลื่น (Anti Slip) 3. ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงตัว เช่น ติดราวจับ เพื่อช่วยให้เข้าห้องน้ำได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 

ด้านชักโครกเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เริ่มมีปัญหาข้อเข่า ควรเปลี่ยนเป็นโถชักโครกที่มีระดับเหมาะสม ไม่สูงจนขาลอยหรือต่ำจนเกินไป เพื่อป้องกันข้อเข่ารับน้ำหนักมากเกินพอดี

5.  มีของแต่งบ้านเพื่อเสริมบรรยากาศ

ข้อนี้คงเป็นเคล็ดลับที่หลายคนทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ, มีสัตว์เลี้ยงช่วยคลายเหงา เช่นปลาขนาดเล็ก ไปจนถึงการตกแต่งสวนในบ้านด้วยน้ำพุ หรือวัสดุจากธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าอยู่ ยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการมองเห็น การได้กลิ่นและการได้ยินเสียงของผู้สูงอายุให้มีการรับสัมผัสตลอดเวลา ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง รวมถึงช่วยลดความกดดันและความเครียดได้อีกด้วย

นี่คือ 5 เคล็ดลับในการปรับปรุงบ้านที่ยังแฮปปี้นำมาฝาก สำหรับผู้ที่สนใจอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุราคาประหยัด สามารถเข้าไปเลือกซื้อออนไลน์ได้ที่ “ตลาดนัดอุปกรณ์ Online บ้านอยู่ดี UD Home” ระหว่างวันที่ 1-15 พ.ค.ในเพจเฟซบุ๊ก Chula.UDC หรือคลิกที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/Chula.UDC/ 

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Image credit: www.freepik.com, https://unsplash.com/

Author

Write A Comment