ยังแข็งแรง

รู้จัก..โรคเกาต์ โรคฮิตที่วัยเก๋าต้องเรียนรู้

หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้บ่อยๆ ว่า กินไก่แล้วเป็นเกาต์ แต่จะจริงแท้อย่างไร ยังแฮปปี้อยากจะชวนให้พี่ๆ ลองมาตรวจเช็คร่างกายดูว่า เสี่ยงต่อการเป็น ‘โรคเกาต์’ หรือไม่ และจะมีวิธีการดูแลสุขภาพอย่างไรให้ห่างไกลจากการเป็นเกาต์ ไปดูกันเลย

โรคเกาต์ เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายมีกรดยูริกภายในเลือดในปริมาณที่สูงกว่าปกติ ปัจจัยที่เป็นมีส่วนในการทำให้กรดยูริกมีปริมาณที่สูงขึ้นในร่างกายมีหลายประการ อย่างเช่น น้ำหนักที่เกินมาตรฐาน การกินอาหารที่มีพิวรีน (purine) สูง เมื่อร่างกายมีการสะสมกรดยูริกในระยะยาว กรดยูริกจะตกตะกอนและสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อย่างเช่น หากตกตะกอนบริเวณข้อต่อต่างๆ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ เกิดการอักเสบ และเกิดอาการบวมแดง

จากสถิติ โรคเกาต์มักพบในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง คิดเป็นอัตราส่วนถึง 9 : 1 เนื่องจากเพศชายจะมีค่ากรดยูริกในร่างกายไม่เกิน 7 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในขณะที่เพศหญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน จะอยู่ที่ 6 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ดังนั้น ผู้สูงอายุเพศชายอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์สูงกว่าผู้สูงอายุเพศหญิง จึงต้องคอยหมั่นดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี

อาการสำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์ หลักๆ จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ระยะ โดยในระยะแรก จะเป็นระยะเฉียบพลัน เกิดการอักเสบเฉียบพลันและอาการปวดแดงบริเวณข้อต่อต่างๆ ในระยะที่สองจะเป็นระยะที่ไม่แสดงอาการใดๆ เลยหลังจากผ่านระยะแรกมา ส่วนระยะสุดท้าย ระยะเรื้อรัง จะมีอาการของการเป็นซ้ำ พบการอักเสบตามข้อมากขึ้น รวมไปถึงพบก้อนจากการสะสมกรดยูริกที่มีขนาดใหญ่และแตกออกมาเป็นผงสีขาวๆ

ดังนั้น เมื่อพบว่ามีอาการในช่วงระยะแรก ก็อยากให้พี่ๆ ทุกคนรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษา ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจน้ำในไขข้อ ซึ่งเป็นวิธีการตรวจและวินิจฉัยโรคเกาต์ได้ดีที่สุด หรือตรวจกรดยูริกในเลือดและในปัสสาวะร่วมด้วย เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงของการเกิดเกาต์ คือ โรคนิ่วในไต และโรคไตวาย

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกาต์ การบรรเทาอาการเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยจะต้องกินยาตามคำสั่งแพทย์และงดกินอาหารที่ทำให้กรดยูริกเพิ่มขึ้น ที่สำคัญการดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ จะช่วยทำให้ระบายและขับกรดยูริกในร่างกายออกมาทางปัสสาวะได้ รวมไปถึงงดใช้ร่างกายบริเวณที่ปวดอักเสบ เคลื่อนไหวให้น้อย หรืออาจใช้การประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการปวดร่วมด้วยได้ และหมั่นไปตรวจสุขภาพ พบแพทย์ตามกำหนดเพื่อติดตามอาการ

พี่ๆ หลายคนคงเคยได้ยินกับคำนี้บ่อยๆ ว่า กินไก่แล้วเป็นเกาต์ จริงๆ แล้ว การกินไก่ไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดโรคเกาต์ แต่ก็ไม่ควรกินในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะหากควบคุมกรดยูริกในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ก็สามารถกินอาหารได้มากขึ้น แต่ก็มีอาหารบางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงหรือกินให้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็น

1.          เห็ด

2.          เนื้อสัตว์มีปีก/เครื่องในสัตว์ทุกชนิด

3.          ไข่ปลา

4.          ปลาดุก ปลาซาร์ดีน ปลาไส้ตัน

5.          กุ้ง

6.          ผักชะอม ผักกระถิน ผักสะเดา สะตอ

7.          กะปิ

8.          น้ำต้มกระดูก/ซุปก้อน

9.          เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ยังแฮปปี้ขอให้พี่ๆ วัยเก๋าทั้งหลายดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรคเกาต์ แล้วมีวันที่แฮปปี้ๆ แบบนี้ต่อไปนะคะ

อ้างอิง
https://www.honestdocs.co/gout-cause-and-prevention
http://www.siphhospital.com/th/news/article/share/927/Gout

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://bit.ly/2FQuKRW

ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889

 

Author

Write A Comment