ข่าวสาร

ถอดบทเรียน การเสวนา What & Why Active Aging in Thailand อนาคตของชาวสูงวัยที่เปลี่ยนความแอคทีฟให้เป็นพลัง

Pinterest LinkedIn Tumblr

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ‘What & Why Active Aging in Thailand อนาคตของชาวสูงวัยที่เปลี่ยนความแอคทีฟให้เป็นพลังการเสวนา Virtual Conference จัดโดย ยังแฮปปี้ YoungHappy กิจการเพื่อสังคม ที่ปลุกกระแสของ Active Aging ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย โดยถ่ายทอดสดจากห้อง Amphitheatre Samyarn CO-OP เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 หรือวันผู้สูงอายุสากลที่ผ่านมา

ตลอดการเสวนากว่า 5 ชั่วโมงเต็ม ผู้ฟังได้รับมุมมองอันหลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญหลายวงการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ที่มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างลงลึกในแง่มุมต่างๆ เชื่อว่าจะเป็นชุดข้อมูลและกรณีศึกษาสำคัญ พร้อมทั้งเสนอแนวทางที่จะเปลี่ยนความแอคทีฟของผู้สูงอายุ ให้กลายเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ต่อไป

และต่อไปนี้คือบทสรุปเนื้อหาการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 9 ท่าน

จารุวรรณ ศรีภักดี
ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ กรมกิจการผู้สูงอายุ

จากข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ ภาพรวมของผู้สูงอายุในไทยในปัจจุบัน มีประชากรมากกว่า 16.73% ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเพิ่มมากขึ้นสูงถึง 28.55% หรือเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด ภายในปี 2578 ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับอัตราการเกิด

โดยภารกิจของกรมกิจการผู้สูงอายุคือเน้นให้ผู้สูงอายุทุกคนมีพลัง มีสุขภาพที่ดี และมีความมั่นคงในชีวิต เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพร่วมกัน คุณจารุวรรณได้ให้นิยามของผู้สูงอายุไว้ว่า “ผู้สูงอายุคือวัยที่ทรงพลัง ทั้งทรงคุณค่าและทรงภูมิปัญญา แต่จะทำอย่างไรให้พลังเหล่านี้ได้ออกมาสู่สังคมร่วมกัน เพราะฉะนั้น จึงต้องอาศัยความมั่นคงในชีวิต ซึ่งประกอบไปด้วย สุขภาพจิตดี สุขภาพกายดี มีความสุข มีงาน และมีเงิน ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถขับเคลื่อนสังคมร่วมกันได้”​

ปัจจุบันภาครัฐพยายามขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุ และมีศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุทั่วประเทศ รวมทั้งพยายามร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ เพื่อสร้างพลังบวก ผ่านมาตรการขับเคลื่อนสังคมสูงวัย คนไทยอายุยืน ด้วยการพัฒนาใน 5 มิติ คือ 1.ด้านเศรษฐกิจ ผู้สูงอายุต้องวางแผนเรื่องการออมและการลงทุน รวมไปถึงการหารายได้จากอาชีพใหม่ๆ 2.ด้านสภาพแวดล้อม ควรจะปรับเปลี่ยนบ้านเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องใช้เวลามากขึ้น 3.ด้านสุขภาพ โดยต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพและเรียนรู้ที่จะรักษาสุขภาพด้วยตนเอง 4.ด้านสังคม ที่ต้องปรับตัวเพื่อการปฏิสัมพันธ์ในโลกออนไลน์มากขึ้น และ 5.ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์และรู้เท่าทัน ลดการพึ่งพา เพื่อนำไปสู่สังคมที่ไร้อายุ หรือการที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่มีอายุเป็นอุปสรรค    

รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่หกล้มและเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 3 คน หรือประมาณ 1,000 คนใน 1 ปี เกิดจากสิ่งกีดขวาง 39% พื้นลื่น 34% พื้นต่างระดับ 10% และตกเตียงหรือบันได 6% ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขและควบคุมได้ เพียงแค่รู้จักปรับเปลี่ยนบ้านให้เหมาะสม    

“เคยมีคุณแม่ของเพื่อนหกล้มในห้องน้ำ ปรากฏว่าสะโพกหัก แล้วมาถามผมว่าปรับบ้านทันไหม แบบนี้เรียกว่าไม่ทัน คนไทยส่วนใหญ่มาปรับบ้านตอนที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว เหมือนสำนวนไทยที่ว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ” รศ.ไตรรัตน์ อธิบายถึงความสำคัญของการปรับปรุงบ้านเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ

 รศ.ไตรรัตน์แนะนำเคล็ดลับในการเป็น Active Aging ที่มีอายุยืนถึง 100 ปี จะต้องมีด้วยกันทั้งหมด 10 อ. โดยมีการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.ด้านสุขภาพ ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย อากาศ และอุจจาระ 2.ด้านสังคม ได้แก่ อารมณ์ อบอุ่น และอยู่อย่างมีความหวัง และสุดท้าย 3.ด้านความมั่นคง ได้แก่ อดิเรก เอนหลัง และอุบัติเหตุ ซึ่งการจะเป็น Active Aging ได้ บ้านและสภาพแวดล้อมต้องปลอดภัยและสะดวกที่สุด เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนั้น รศ.ไตรรัตน์ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับบ้านและสภาพแวดล้อมให้เป็น Universal Design การออกแบบให้กับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก หรือคนทั่วไป ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยและสะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องการจะคงความเป็น Active Aging ให้นานที่สุด

สมฤดี บุญให้เจริญ
ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการสื่อสารและบริการทางการตลาด บริษัทเนสท์เล่

“คำจำกัดความของคำว่า สูงวัย ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่หมายรวมถึงช่วงเวลาในชีวิต สูงวัยจึงหมายถึงคนที่มีช่วงเวลาในชีวิตหลายๆ ช่วงที่ถูกสั่งสมมาเป็นประสบการณ์ เพราะฉะนั้น การเป็นสูงวัย จึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของพวกเรา” คุณสมฤดี บุญให้เจริญ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการสื่อสารและบริการทางการตลาด บริษัทเนสท์เล่ เอ่ยถึงการเป็นสูงวัยในมุมมองของตนเอง

การจะเป็น Active Aging ในวัยหลังเกษียณ คุณสมฤดี ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับ ‘3 เปิด’ เอาไว้ ได้แก่ 1.เปิดใจ 2.เปิดโลก และ 3.เปิดตัวเอง “อย่างแรกเลยต้องเปิดใจก่อน เปิดใจรับความเปลี่ยนแปลงและยอมรับว่าเราอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว และถึงแม้จะเกษียณแล้วก็ยังมีคุณค่าอยู่ ซึ่งจุดนี้สำคัญมาก เพราะเป็นทัศนคติที่เรามีต่อตัวเอง ถ้าใจเราพร้อมที่จะยอมรับ เราก็จะสามารถก้าวต่อไปได้ สอง เปิดโลก ลองออกไปทำอะไรใหม่ๆ บ้าง ไปหาประสบการณ์ ไปสังเกตว่าข้างนอกมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง เพื่อหาแรงบันดาลใจให้เราไปต่อ และสาม เปิดตัวเอง ให้สร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ที่มันจะกลายมาเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากเคลื่อนไหว อยากที่จะ Stay Active ไปนานๆ”

โดย คุณสมฤดี เชื่อว่าถ้าเรา ‘เปิดใจ เปิดโลก เปิดตัวเอง’ จะช่วยปิดอะไรหลายๆ อย่างได้ เช่น ปิดโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า ปิดความโดดเดี่ยวเดียวดาย หรือปิดทัศนคติที่เป็นลบ ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกภูมิใจในการเป็นสูงวัย

สง่า ดามาพงษ์
นักวิชาการด้านโภชนาการ

นอกจากเรื่องที่อยู่อาศัยที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและใจที่ต้องยอมรับการเป็นสูงวัยแล้ว การกินก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยใหญ่ที่จะช่วยเสริมการเป็น Active Aging ได้ยืนยาวมากขึ้น  

“เชื่อไหม เมื่อวานนี้คนไทย 100 คนที่เสียชีวิต มีอยู่ 73 คนที่ตายด้วยโรคเบาหวาน ความดันหัวใจหลอดเลือด และมะเร็ง ตายมากกว่าโควิด-19 เสียอีก” อ.สง่า กล่าวถึงสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน ที่สาเหตุส่วนใหญ่มาจากกลุ่มโรค NCDs โรคร้ายที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต “เห็นได้ว่า ในหนึ่งวัน เราตายเพราะกลุ่มโรค NCDs เสียมาก ซึ่งจริงๆ แล้ว เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคจำพวก NCDs ได้ ด้วยการเลือกกินให้ถูกต้อง”

ปัจจุบัน คนไทยรับประทานอาหารที่ห่างไกลจากธรรมชาติ เช่น อาหารแช่แข็งหรืออาหารกระป๋อง ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดโรค NCDs ในหมู่คนไทยมากขึ้น และกลายมาเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม การที่เราจะหยุดยั้งกลุ่มโรคดังกล่าวให้ไม่มาอยู่ใกล้เรา ก็สามารถทำได้โดยใช้หลักการ ‘กินแบบใกล้ธรรมชาติ’ ซึ่ง อ.สง่า ได้อธิบายไว้ดังนี้

“กินแบบใกล้ธรรมชาติ คือ การกินอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ ผ่านการปรุงแต่งแต่น้อย รสชาติไม่จัด เน้นกินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น และที่สำคัญที่สุด ต้องกินครบ 5 หมู่อย่างพอดี”

อุษา เขียวรอด
ผู้จัดการโครงการภูมิภาค องค์การช่วยเหลือผู้สูงอายุระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค (HelpAge International East Asia Pacific)

HelpAge เป็นองค์ระหว่างประเทศที่รณรงค์ร่วมกับองค์กรเครือข่าย ทำหน้าที่สนับสนุนและประสานงาน สู่เป้าหมายสูงสุดคือทำให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีศักดิ์ศรี มีสุขภาพดี และมีความมั่นคง ให้ความสำคัญกับการที่ผู้สูงอายุมีบทบาทในสังคม

โดยคุณอุษาได้อธิบายถึงการรับรู้ของสังคมทั่วไปเกี่ยวกับผู้สูงอายุ คือมองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มองว่าผู้สูงอายุมีคุณค่า และเป็นทรัพยากรทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้ “การทำให้คำว่า Active Aging เกิดขึ้น และทำให้ผู้สูงอายุมีคุณค่าอย่างแท้จริง ต้องสร้างโอกาสและส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีบทบาท ทั้งการทำกิจกรรม เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และการเมือง โดยไม่ใช้อายุเป็นตัวตัดสิน ซึ่งจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีได้”

ในการสร้างสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ คุณอุษาได้เสนอความคิดเห็นว่า ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของตัวผู้สูงอายุเอง คนในสังคม และแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ในทุกๆ ภาคส่วน จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้

สุรสา ปุ่นอภิรัตน์
กรรมการบริษัทชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม

การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการมีชีวิตอยู่ คือประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมานาน ถึงความเหมาะสมและสิทธิ์ในการตัดสินใจของผู้ป่วย “เรามีความเชื่อว่า สุดท้ายแล้ว คนทุกคนต้องตาย แต่จะทำอย่างไรให้เราทุกคนที่ไปถึงจุดนั้นไปได้อย่างราบรื่น สวยงาม และนุ่มนวลที่สุด” คุณสุรสาเล่าถึงแนวคิดของชีวามิตร

โดยในมุมมองของชีวามิตร มองว่าทุกคนต้องเตรียมการในหลายมิติ มิติแรกคือการยอมรับว่าเราหนีความตายไม่พ้น เมื่อเรายอมรับได้ เราจะสามารถจัดการกับทุกอย่างในชีวิตได้อย่างดี มิติที่สองคือรู้เกี่ยวกับการแพทย์ขั้นพื้นฐาน เราจะตายดีได้ เราต้องไม่ถูกยื้อชีวิตและตายได้อย่างไม่ทุกข์ทรมาน และมิติที่สามคือรู้กฎหมาย โดยมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ คือ สิทธิที่จะขอตายตามธรรมชาติ กล่าวง่ายๆ คือสิทธิของประชาชนที่เลือกไม่รับการรักษาที่ไม่จำเป็นเมื่ออยู่ในระยะสุดท้าย

“เราทุกคนสามารถทำได้ โดยการเตรียม Living Will หรือหนังสือแสดงเจตจำนงไม่รับการรักษาที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม คนส่วนมากก็ยังกลัวการทำ Living Will เพราะยังไม่เข้าใจการทำงานของมัน สำหรับ Living Will จะเป็นผลก็ต่อเมื่อหมอวินิจฉัยแล้วว่าเราอยู่ในระยะสุดท้าย ที่การรักษาด้วยอะไรก็ตามไม่มีประโยชน์แล้ว” คุณสุรสาอธิบายถึงความหมายของ Living Will ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยทำให้ผู้สูงอายุและลูกหลานสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน
หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Active Aging ในมุมมองของ ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจนคือผู้สูงอายุที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้มากที่สุด โดยอาจจะพึ่งพาในแค่บางเรื่อง แต่ในชีวิตประจำวันต้องช่วยเหลือตัวเองได้อย่างดีที่สุด รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง สิ่งสำคัญคือต้องบริหารจัดการตัวเองและต้องสามารถขอความช่วยเหลือได้

“การมีชีวิตที่มีชีวา เรียกว่าเป็นการแอคทีฟ ไม่จำเป็นว่าต้องออกไปข้างนอกทุกวันแล้วจะเป็นการแอคทีฟ อยู่ที่ว่าเราวางนิยามของการแอคทีฟไว้อย่างไร และจัดการวางรูปแบบการใช้ชีวิตให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้”

เมื่อวางนิยามของการเป็น Active Aging แล้ว ผศ.พญ.สิรินทรยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะการดูแลทั้งร่างกาย หัวใจ และสมอง “เพราะว่าร่างกายมนุษย์ได้ทำงานทุกวัน ไม่เหมือนรถยนต์ที่ใช้ไปแล้วสึกเหรอ ถ้าเราใช้ร่างกายในกระบวนการที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป จะทำให้ร่างกายสามารถสร้างสมรรถนะใหม่ได้ หมายความว่าแต่ก่อนเราอาจเดินได้เท่านี้ แต่เมื่อเดินบ่อยๆ ก็สามารถเดินได้ไกลกว่าเดิม เพราะฉะนั้นต้องกายดี ใจดี และสมองดี ทั้งหมดนี้ต้องมีทั้งหมด เพื่อจะมีชีวิตที่ดีได้”

ผศ.พญ.สิรินทรได้ทิ้งท้ายถึงเคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้สูงอายุห่างไกลสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งสามารถป้องกันหรือชะลออาการได้ ด้วยการทำกิจกรรมทางกาย อย่างการเดินบ่อยๆ ที่ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง ซึ่งส่งผลดีต่อสมอง การดูแลเรื่องโภชนาการ ด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่

ภรณี ภู่ประเสริฐ
ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สสส.)

บทบาทและหน้าที่ของ สสส. คือเน้นการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมองตั้งแต่ก่อนจะเป็นผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นจึงมีงานที่เสริมสร้างกิจกรรมทางกาย การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การงดสูบบุหรี่ และสิ่งที่ทำลายสุขภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอยู่เคียงข้างกับการมีสุขภาพดีของคนไทยมาโดยตลอด โดยกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุเองก็เป็นหนึ่งในภารกิจที่ สสส.พยายามผลักดันเช่นกัน

“ภาวะ Active Aging หลังวัยเกษียณเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคนที่หยุดทำงานเร็วหรืออยู่บ้านเฉยๆ จะมีผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก สภาพจิตใจจะยิ่งเฉา ระบบร่างกายต่างๆ จะยิ่งถดถอย ทำให้เป็นหลักชัยหรือเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่นได้ยาก” คุณภรณีได้อธิบายถึงความสำคัญของภาวะแอคทีฟในผู้สูงอายุ

เป้าหมายสำคัญของ สสส. คือการสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต หมายถึงการเติมความรู้ในส่วนที่ยังขาดหรือเติมไม่เต็มให้กับผู้สูงอายุ โดยได้พัฒนาและให้การสนับสนุนผ่านโรงเรียนผู้สูงอายุและชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด ต้องรู้ ควรรู้ และอยากรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ นอกจากนั้นยังมีแนวทางในการสร้างการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากภาวะการเว้นระยะห่างทางสังคม จนเกิดเป็น E-learning สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

ดร.สุดปรารถนา ดวงแก้ว
อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในอีกไม่ช้า ซึ่งเป็นธรรมดาที่ภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องวางแผน ปรับตัวและเตรียมการรองรับสถานการณ์ในอนาคต โดยประเทศญี่ปุ่นที่ถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-Aged Society) มานานแล้ว ก็เป็นกรณีตัวอย่างที่ดีที่ประเทศไทยสามารถนำมาศึกษาได้

“ในประเทศญี่ปุ่น จะมีโครงการชื่อว่า 80/20 เป็นโครงการที่ช่วยโปรโมตให้คนญี่ปุ่นรักษาสุขภาพฟันให้ดี ให้มีครบ 20 ซี่ ตอนอายุ 80 ปี เพราะว่าถ้าเรามีฟันที่ดี เราจะสามารถกินอาหารดีๆ ได้ เพื่อที่จะได้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ถ้าถามคนญี่ปุ่นว่าอายุ 60 แก่ไหม เขาจะบอกว่าไม่แก่ กำลังเป็นหนุ่มเป็นสาวเลย อยากให้ผู้สูงอายุชาวไทยเป็นแบบนั้น Active Aging จึงหมายถึงการที่สามารถดูแลตัวเองได้ ทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจ” ดร.สุดปรารถนา ได้เล่าถึงโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดให้กับผู้สูงอายุในประเทศ เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย

นอกจากกิจกรรมดีๆ ในประเทศแล้ว ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นยังมองหาลู่ทางไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศอีกด้วย และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศปลายทางยอดฮิต โดยกิจกรรมใช้ชื่อว่า Long Stay เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้คนญี่ปุ่นสามารถทำความคุ้นเคยกับประเทศปลายทางก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะมาอยู่หรือไม่ อย่าง ททท. ของประเทศไทยก็มีการมาออกบูธร่วมมือกับทางภาคเอกชน เพื่อแนะนำโรงแรมที่พัก ช่วยวางแผนการใช้ชีวิต และจัดโปรแกรมทัวร์ให้กับคนญี่ปุ่นที่อยากมาทำความรู้จักกับประเทศไทยมากขึ้น

รับชมไลฟ์สดย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/159922167831053/videos/3100797880031749

ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://onelink.to/9dfkjz
.
ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889 

Write A Comment