ไลฟ์สไตล์

สว.กินเจอย่างไร ให้อิ่มบุญ แถมอิ่มสุขภาพ

Pinterest LinkedIn Tumblr

YoungHappy x Nestle
#ADVERTORIAL

เทศกาลกินเจ คือช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่ละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ ถือศีล กินผัก เพื่อหวังประโยชน์ทั้งทางสุขภาพกายและสุขภาพใจ แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว การงดเว้นกินเนื้อสัตว์หรือผักบางชนิด อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

เพราะการที่อายุมากขึ้น อาจมีแนวโน้มในการขาดสารอาหารและวิตามินแร่ธาตุบางชนิด เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม จึงจำเป็นต้องใส่ใจอาหารการกินให้ครบสารอาหารทั้ง 5 หมู่อยู่เสมอ อีกทั้งอาหารเจหรืออาหารมังสวิรัติบางเมนู ก็อาจไม่ใช่เมนูเพื่อสุขภาพแท้ๆ กินมากเกินไปก็อาจให้โทษต่อร่างกายได้

ยังแฮปปี้ และ เนสท์เล่ อยากให้ผู้สูงอายุคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของสุขภาพที่ดีและแข็งแรง จึงขอแนะนำเคล็ดลับการกินอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจ ให้อิ่มบุญ แต่ไม่ลืมเรื่องสุขภาพ

โปรตีนต้องไม่ขาด

อย่างที่ทราบกันว่า หัวใจของการกินเจคือการละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในเนื้อสัตว์ มีสารอาหารอย่างโปรตีน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุมีความต้องการโปรตีนประมาณ 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน ทำให้ต้องหาแหล่งของโปรตีนทดแทนที่ทำมาจากพืช เช่น อาหารที่ทำจากถั่วลิสง เต้าหู้ โปรตีนเกษตร และธัญพืชต่างๆ โดยเฉพาะถั่วเหลืองที่มีกรดอะมิโนค่อนข้างสมบูรณ์ ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ จึงควรเลือกนำมาประกอบอาหารเจ เพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ตลอดช่วงเทศกาลกินเจนี้

กินข้าวแป้งแต่พอดี

เมนูเจส่วนใหญ่ที่ขายกันในช่วงเทศกาล มักจะมีการปรุงแต่งทั้งรสชาติและหน้าตาให้คล้ายคลึงกับเมนูเนื้อสัตว์ปกติ ซึ่งเนื้อสัตว์ที่ทำเลียนแบบก็มักจะทำจากแป้งเป็นหลัก ผู้สูงอายุที่กินเมนูเหล่านี้มากเกินไปอาจทำให้ได้รับคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปเช่นกัน และอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด จนก่อให้เกิดเบาหวานตามมาได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเลือกกินตามใจปาก ลองถือโอกาสช่วงนี้ เปลี่ยนมาเน้นกินข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือข้าวกล้อง รวมถึงขนมปังโฮลวีตเพื่อทดแทน เพราะในธัญพืชที่ไม่ขัดสีมีใยอาหารอยู่มาก ช่วยให้อิ่มนาน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

รับวิตามินและเกลือแร่จากผักผลไม้

แม้ว่าในทุกๆ มื้อของช่วงเทศกาลกินเจนี้ ต้องมีผักและผลไม้เป็นจานหลักอยู่แล้ว แต่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องเลือกกินสักหน่อย เพื่อรับวิตามินและเกลือแร่ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นไม่ควรกินผักดิบที่มีกากใยมากๆ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดหอม เพราะย่อยยาก อาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร จนเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ ควรนำมาต้มให้สุกก่อนแล้วกินกับน้ำพริกเพื่อเพิ่มรสชาติ ควรกินผักให้ได้วันละ 6 ทัพพีหรืออย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน ส่วนผลไม้ก็ให้เลือกผลมีที่มีเนื้อนุ่ม เช่น มะละกอสุก กล้วย ส้ม และแตงโม ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและดีต่อสุขภาพฟันอีกด้วย

ปรุงรสให้พอดี ถูกปากและดีต่อสุขภาพ

กระบวนการปรุงอาหารเจส่วนใหญ่ หนีไม่พ้นวิธีการทอดหรือผัด อย่างเช่นเต้าหู้ทอดกรอบ ผักชุบแป้งทอด หรือผัดผัก

ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้น้ำมัน การกินมากเกินไปทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไขมันในเส้นเลือดสูงได้ ทางออกคือควรเปลี่ยนเป็นวิธีการต้ม ลวก นึ่ง หรือย่างแทน และที่สำคัญคือเรื่องการปรุงรสให้พอดี ไม่หวาน มัน เค็มจนเกินไป โดยหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้อาหารหอม อร่อย กลมกล่อมมากขึ้น คือซอสถั่วเหลืองที่ผ่านการหมักด้วยวิธีธรรมชาติ โดยมีให้เลือก 2 สูตรคือ ‘ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ สูตรผัดกลมกล่อม’ เหมาะสำหรับอาหารจานผัดทุกประเภท เช่น ข้าวผัด ผัดผัก หรือนำไปใช้หมักหรือปรุงรสก่อนทอด และ ‘ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ สูตรเข้มเข้าเนื้อ’ รสชาติเข้มข้น เหมาะกับเมนูไทยๆ รสจัดจ้าน และสามารถนำไปใช้หมัก ทอด หรือย่างก็ได้ เพื่ออาหารรสชาติอร่อยถูกปากและดีต่อสุขภาพ

ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://onelink.to/9dfkjz
.
ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889