ไลฟ์สไตล์

รับมือ PM2.5 ในบ้านแบบไม่ต้องกลัว เคล็ดลับเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้คุ้มค่า

Pinterest LinkedIn Tumblr

YoungHappy x HomePro

#ADVERTORIAL

แม้ว่าในช่วงนี้จะมีกระแสไวรัสโคโรนาเข้ามา ทำให้ปัญหาเรื่องของฝุ่น PM2.5 เริ่มจางหายไปบ้าง แต่ถ้าลองเช็คสภาพอากาศในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ จริงๆ แล้ว ฝุ่นอันตรายก็ยังคงไม่จางหายไป ซึ่งนั่นเป็นปัญหาฝุ่นภายนอกบ้านที่ทุกคนได้แต่ป้องกันด้วยหน้ากาก หรือ mask ป้องกันฝุ่นเท่าที่ทำได้เท่านั้น

แต่เมื่อมองกลับมาในบ้านของพี่ๆ ผู้สูงอายุเอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องอาศัยอยู่ทุกวัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องป้องกันไม่ให้ฝุ่นร้ายมาทำลายสุขภาพของเราได้เครื่องฟอกอากาศจึงเป็นเหมือนพระเอกที่คอยมาช่วยป้องกันเราจากฝุ่นเหล่านี้ได้ แต่เชื่อว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่พี่ๆ ผู้สูงอายุพบเจอเวลาที่อยากจะไปเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่อง คือมีหลากรุ่น หลายแบรนด์ มากคุณสมบัติ จนไม่แน่ใจว่าแบบไหนที่จะเหมาะสมและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ยังแฮปปี้และ HomePro จึงมีเคล็ดลับดีๆ ในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง จะเลือกซื้อเองหรือให้ลูกหลานช่วยเลือก รับรองว่าได้เครื่องฟอกอากาศที่มีฟังก์ชันโดนใจ คุ้มค่าราคา และได้สุขภาพดีกลับมาแน่นอน

1. วัดขนาดห้อง

ปัจจัยแรกที่ต้องคำนึงคือขนาดของห้องที่จะใช้เครื่องฟอกอากาศ เพราะพื้นที่และอากาศภายในห้องมีผลต่อประสิทธิภาพในการฟอกอากาศ ยิ่งห้องมีขนาดใหญ่ก็ยิ่งต้องเป็นรุ่นที่ใหญ่ขึ้น เพราะแต่ละรุ่นจะมีขนาดห้องที่สามารถฟอกอากาศได้ระบุไว้อยู่แล้ว วิธีคำนวณพื้นที่ห้องง่ายๆ คือ กว้าง (เมตร) x ยาว (เมตร) = ขนาดห้อง (ตารางเมตร) แล้วจึงเลือกรุ่นที่มีขนาดที่เหมาะสม และอีกปัจจัยคือการดูค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรือปริมาณของอากาศบริสุทธิ์ที่สามารถฟอกได้ภายใน 1 ชั่วโมง โดยจะบอกเป็นหน่วย ลูกบาศเมตร (m³) ยิ่งตัวเลขมากก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการฟอกมากขึ้น เทคนิคในการเลือกคือถ้าแบรนด์ไหนมีค่า CADR มากกว่าในราคาเท่ากัน ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่านั่นเอง

2. ดูประเภทของแผ่นกรอง

หัวใจสำคัญที่ทำให้อากาศภายในบ้านปราศจากฝุ่นพิษคือ แผ่นกรองอากาศ หรือ ฟิลเตอร์ ทำหน้าที่ฟอกอากาศเสียให้บริสุทธิ์ขึ้นด้วยการดักจับฝุ่นและแบคทีเรีย แผ่นกรองของเครื่องฟอกอากาศในตลาดส่วนใหญ่ที่มี คือแผ่นกรองแบบ HEPA (High Efficiency Particulate Air) ซึ่งเป็นแผ่นกรองมาตรฐาน มีความละเอียดในการดักจับฝุ่นละอองได้ถึง 99.97% สามารถดักจับอนุภาคขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 ไมครอน เรียกว่าดักจับฝุ่น PM2.5 ได้แบบสบายๆ และยังมีแผ่นกรองอีกประเภทที่ประสิทธิภาพดีกว่าคือ ULPA (Ultra-low Particulate Air) ที่สามารถกรองฝุ่นที่มีอานุภาคเล็กมากๆ กว่านั้นได้อีก แต่โดยทั่วไปเลือกแบบ HEPA ก็เพียงพอต่อการใช้งานภายในบ้านแล้ว และอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือเรื่องราคาและระยะเวลาในการเปลี่ยนแผ่นกรอง ปกติแล้ว ระยะเวลาในการเปลี่ยนประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับความหนาและอายุการใช้งาน ยิ่งถ้าต้องเปลี่ยนบ่อยก็ยิ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 

3. สำรวจฟังก์ชันพิเศษอื่นๆ

เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นไม่ได้มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถฆ่าเชื้อโรค ด้วยการปล่อยประจุไฟฟ้าหรือใช้แสงอัลตราไวโอเลทเพื่อฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย รวมไปถึงบางรุ่นยังสามารถเพิ่มความชื้นในอากาศ เพื่อไม่ให้อากาศแห้งจนเกินไป และยังสามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้องได้ด้วย นอกจากนั้นคือฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น สามารถสั่งเปิดปิดผ่านสมาร์ทโฟนได้ ก็ยิ่งสะดวกสบายสำหรับผู้สูงอายุในอาศัยอยู่ในบ้าน หรือมีตัวเลขแสดงบอกค่าความสะอาดของอากาศ ทำให้มั่นใจได้ว่าอากาศภายในห้องสะอาดปราศจากฝุ่นแน่นอน แต่อย่าลืมว่าฟังก์ชันเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลือกเสริมเท่านั้น ให้พิจารณาจากประสิทธิภาพในการฟอกอากาศเป็นอย่างแรกก่อนจะดีที่สุด

ได้รู้ถึงเคล็ดลับในการเลือกแล้ว ก็ลองไปสัมผัสเครื่องฟอกอากาศหลากหลายแบรนด์ได้ที่ HomePro ทุกสาขาใกล้บ้าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CALL CENTER หมายเลข 1284

หรือช้อปออนไลน์ที่ www.homepro.co.th


รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊กที่นี่
.
ติดต่อเรา
LINE: คลิ๊ก @younghappy
หรือ id Line @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: คลิ๊ก YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889 

Author

Write A Comment