แรงบันดาลใจ

เหตุเกิดในห้องผ่าตัด…วีรกรรมที่จำไม่ลืม

Pinterest LinkedIn Tumblr

โดย คุณอุษาวดี สินธุเสน
อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Secret
ผู้เขียนหนังสือ  “คิดเป็น โลกเปลี่ยน

ดิฉันมีวีรกรรมที่เคยทำไว้นานแล้ว แต่ยังจำได้ไม่ลืมมาเล่าให้ฟังค่ะ เพราะเชื่อว่า แม้จะผ่านมานานหลายปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อย

เรื่องมีอยู่ว่า หลายปีมาแล้วดิฉันไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งค่ะ เนื่องจากตอนนั้นอยู่ในวัย (เลย) กลางคนมาพอสมควร ก็เลยตรวจทุกระบบในร่างกายอย่างละเอียด ปรากฏว่าทุกส่วนไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้นเต้านม คุณหมอซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (ดูจากวัยน่าจะผ่านประสบการณ์มาหลายสิบปีแล้ว) เป็นคนตรวจ 

คุณหมอใช้มือคลำสักพักก็แจ้งว่ามีซีสต์ประมาณสองก้อนที่เต้านมข้างขวา ดิฉันจำไม่ได้ว่า มีการตรวจอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และดิฉันได้ดูภาพถ่ายอัลตร้าซาวด์หรือเปล่า ซึ่งตอนนั้นถ้าดูก็คงเห็นว่าเป็นซีสต์ แต่ไม่มีความรู้ว่ามีลักษณะเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือได้รับคำแนะนำว่าควรผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อความปลอดภัย ด้วยความกลัว ดิฉันจึงตัดสินใจทำตามที่คุณหมอแนะนำและนัดวันผ่ากับทางโรงพยาบาลทันที

เมื่อถึงกำหนดนัด ดิฉันไปโรงพยาบาลแต่เช้าเพื่อเตรียมเข้าห้องผ่าตัดตามเวลา แต่ในใจยังมีความลังเลอยู่ตลอดว่าควรผ่าตัดแน่หรือ เพราะดิฉันไม่ได้พบแพทย์ท่านอื่นเพื่อขอความเห็นเพิ่มเติม หรือขอ second opinion เลย ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจเร็วไปหน่อย แต่ขณะที่กำลังคิดวนไปวนมาอยู่นั้น บุรุษพยาบาลก็มาเข็นเตียงดิฉันเข้าห้องผ่าตัดพอดี 

ดิฉันถูกเข็นไปนอนบนเตียงผ่าตัดทั้ง ที่ในใจยังเต็มไปด้วยความลังเล สับสน จากนั้นก็มีพยาบาลมามัดแขนดิฉันติดกับเตียงไม่ให้เคลื่อนไหว มองขึ้นไปเหนือหัวเห็นไฟสำหรับใช้ผ่าตัดดวงใหญ่มหึมา ดูน่ากลัวไม่น้อย ดิฉันได้ยินเสียงนางพยาบาลคุยกันเบาๆ ขณะเตรียมอุปกรณ์ผ่าตัด วิสัญญีแพทย์เข้ามาพูดกับดิฉันสองสามคำ จำไม่ได้ว่าพูดอะไร รู้แต่ว่ากำลังเตรียมจะให้ดิฉันดมยาสลบในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ทันใดนั้นเองดิฉันก็มองไปที่จอมอนิเตอร์ที่อยู่ด้านข้าง และเห็นภาพอัลตร้าซาวด์ที่แพทย์นำมาติดไว้เพื่อดูตำแหน่งของซีสต์ก่อนผ่าตัด เป็นครั้งแรกที่ดิฉันเห็นลักษณะของซีสต์ในเต้านมของตัวเองเต็มตา ภาพที่เห็น คือถุงน้ำเล็กๆ สีดำสนิท ลักษณะกลมเกลี้ยงไม่มีความขรุขระเลย ซึ่งจากการศึกษาเรื่องซีสต์มาอย่างละเอียดหลังจากรู้ตัวว่าจะต้องจะผ่าตัด ทำให้ดิฉันทราบว่าซีสต์แบบนี้  ไม่ใช่ก้อนเนื้อที่จะพัฒนาไปเป็นเนื้อร้าย แต่เป็นถุงน้ำธรรมดาๆ และไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต ถึงขนาดจะต้องผ่าตัดทิ้ง

พอเห็นอย่างนั้นปุ๊บ บวกกับความลังเลก่อนหน้านี้ ซึ่งคงเป็นสัญชาตญาณประจำตัว หรือจะบอกว่า ดิฉันมักมีลางสังหรณ์เวลาเกิดวิกฤตก็เป็นได้ ดิฉันจึงตัดสินใจขอยกเลิกการผ่าตัด หมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนมีสีหน้าท่าทางตกใจ คงจะงงเพราะไม่เคยเจอเคสที่จู่ๆ คนไข้ก็ขอลงจากเตียงผ่าตัดกะทันหัน ทั้งๆ ที่วิสัญญีแพทย์กำลังจะให้ดมยาสลบอยู่รอมร่อแล้ว แต่เมื่อดิฉันยืนยันพร้อมอธิบายเหตุผล ทุกคนก็ยินยอม เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ป่วย

ดิฉันจำได้ว่าแพทย์เจ้าของเคสแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก และบ่นว่าดิฉันเสียงดัง แต่ดิฉันไม่สนใจเพราะมันเป็นชีวิตของดิฉันและเป็นสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลตามกฎหมาย หลังยกเลิกดิฉันก็เดินตัวปลิวออกจากห้องผ่าตัดด้วยความรู้สึกโล่งใจ และภูมิใจไม่น้อยในความเด็ดเดี่ยว (แกมบ้าบิ่น) ของตัวเอง!

ที่ผ่านมา ดิฉันอาจจะเคยทำเรื่องที่น้อยคนจะกล้าทำมาไม่น้อย แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าคิดถูก ทำถูก และภูมิใจในการตัดสินใจของตัวเองเท่าครั้งนี้ ☺

เหตุการณ์ในวันนั้น จบลงด้วยการที่ดิฉันไม่ต้องเสียค่าผ่าตัดและค่ารักษาพยาบาลที่จะตามมาอีกมากมายหลายหมื่น ที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเวลาและเสียโฉม (ที่มีน้อยอยู่แล้ว) ทั้งยังไม่ต้องเจ็บตัวและมีแผลผ่าตัดเป็นของแถมติดตัวไปตลอดชีวิตโดยไม่จำเป็น

หลังจากนั้นดิฉันได้ขอพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อแจ้งเรื่องให้ทราบ แต่น่าเสียดายที่ท่านไม่อยู่ จึงได้พบผู้มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนแทน ดิฉันเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง เพราะต้องการให้ทางโรงพยาบาลกวดขันและวางระเบียบให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยให้ละเอียดรอบคอบกว่านี้ ดิฉันคิดว่า แพทย์ควรให้ความกระจ่างเกี่ยวกับลักษณะของความผิดปกติที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร อันตรายมากน้อยแค่ไหน คนไข้จะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ให้ผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น

ดิฉันนำเรื่องนี้มาแชร์ให้ฟัง เพราะเห็นว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องไปพบแพทย์ไม่วันใดก็วันหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องตัดสินใจครั้งสำคัญๆ ในชีวิต ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้เข้ารับการรักษาทุกคนในสถานพยาบาลทุกแห่ง จำไว้ว่าไม่ว่าแพทย์ที่ท่านพบจะมีชื่อเสียงเพียงใด หรือสถานพยาบาลนั้นจะใหญ่โตน่าเชื่อถือแค่ไหน หากต้องตัดสินใจครั้งสำคัญๆ ในชีวิต เช่น การผ่าตัดอวัยวะ จะเป็นส่วนไหนก็ตาม ควรศึกษาหาความรู้ในเรื่องนั้นๆ รวมทั้งวิธีการรักษาอย่างละเอียด ซึ่งสมัยนี้นับว่าโชคดีมากที่มีช่องทางออนไลน์ให้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง อีกอย่างคือควรขอความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่าหนึ่งท่าน เพื่อให้แน่ใจว่าจะตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตของเราได้อย่างดีที่สุดและถูกต้องที่สุด 

ที่สำคัญคือ เมื่อศึกษาหาความรู้และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกินหนึ่งท่านรวมทั้งได้ใช้วิจารณญาณ คิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนแล้ว จงกล้าที่จะตัดสินใจทำในสิ่งที่มั่นใจว่าดีที่สุดสำหรับตัวเอง (แม้จะเป็นวินาทีสุดท้าย!) เพราะชีวิตเป็นของเรา เรามีสิทธิ์เต็มร้อยที่จะมีส่วนร่วมในการรักษาและเลือกวิธีที่จะรักษา อย่าให้แพทย์เป็นคนตัดสินชะตาชีวิตของเรา ไม่ว่าแพทย์คนนั้นจะเก่งมากมายเพียงใดก็ตาม

ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้ที่  https://www.facebook.com/usawadeeanne

ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://bit.ly/2FQuKRW
.
ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889  

Author

Write A Comment