สุขภาพ

ผู้สูงอายุกับการกิน เคล็ดลับที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

Pinterest LinkedIn Tumblr

YoungHappy x Nestle

‘การกิน’ คือความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต แต่ก็อาจทำให้เป็นทุกข์ได้ ถ้าไม่รู้จักเลือกกินอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะวัยเก๋า ที่การกินคือสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ปริมาณการกินและพลังงานที่ได้รับเข้าไปจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน โดยทั่วไปผู้สูงอายุต้องการพลังงานน้อยมากกว่าวัยหนุ่มสาว การได้รับพลังงานจากอาหารที่รับประทานเข้าไปมากเกินความต้องการของร่างกาย อีกทั้งระบบเผาผลาญที่ลดลง อาจส่งผลต่อน้ำหนักได้ง่ายหากไม่ควบคุมการกิน แต่ทั้งนี้ผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต้านทานโรค จึงสังเกตได้ว่า ผู้สูงอายุคนไหนที่มีภาวะทางโภชนาการดีก็ย่อมมีสุขภาพแข็งแรง การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในร่างกายจะเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้ดูดีไม่ค่อยแก่ ขณะเดียวกันผู้ที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี ร่างกายจะเสื่อมโทรมก่อนเวลาอันควร ทำให้แก่เร็ว

ยังแฮปปี้ และ เนสท์เล่ อยากให้ผู้สูงอายุคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของสุขภาพที่ดีและแข็งแรง จึงอยากจะแนะนำเคล็ดลับเกี่ยวกับการกินในผู้สูงอายุที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ ให้ได้ลองนำไปใช้กัน  

กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ควบคุมอาหารให้พอดี

แม้จะเป็นวัยสูงอายุแล้ว แต่การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย ก็ยังคงจำเป็นเช่นเดียวกับวัยอื่นๆ เพราะผู้สูงอายุเป็นวัยที่ขาดสารอาหารได้ง่าย หัวใจสำคัญคือการเลือกอาหารที่ลดหวาน มัน เค็ม  และควบคุมปริมาณอาหารให้พอดี เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบการเผาผลาญที่ลดลง การรับประทานอาหารตามใจปากอาจส่งผลให้น้ำหนักพุ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว และก่อปัญหาสุขภาพด้านอื่นตามมา นอกจากนี้ข้อควรรู้คือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับพลังงานต่อวัน อยู่ในช่วง 1,400 – 1,800 กิโลแคลอรี โดยขึ้นอยู่กับเพศและชนิดกิจกรรมที่ทำ 

อาหารว่างระหว่างวันมื้อเล็กๆ ที่สำคัญ

อาหารว่าง ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับชาวสูงวัย ซึ่งหลายคนอาจมองว่าอาหารว่างไม่มีประโยชน์ แต่จริงๆ แล้ว อาหารว่างจะช่วยเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของผู้สูงอายุ ทดแทนการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอจากอาหารมื้อหลัก รวมถึงในบางท่านที่มีอาการเบื่ออาหาร หรือพี่ๆ บางคนอาจมีปัญหาเรื่องฟัน ทำให้ไม่มีความสุขในการกินอาหาร เพราะฉะนั้นอาหารว่างจึงเป็นอีกหนึ่งมื้อที่สำคัญ เป็นมื้อที่เสริมสารอาหาร กระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขกับการกินอีกครั้ง ซึ่งการเลือกมื้ออาหารว่าง อาจเลือกเป็นผลไม้ หรือ เมนูขนมเพื่อสุขภาพ เช่น มีความหวาน มัน เค็ม ที่ไม่มากจนเกินไป คู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดสักแก้ว เพียงแค่นี้ความสุขในการกินก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งปริมาณพลังงานของอาหารมื้อว่างที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 10% ของพลังงานที่ต้องการต่อวัน คือประมาณ 140-180 กิโลแคลอรี่นั่นเอง 

นอกจากนี้การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักดื่มน้ำไม่เพียงพอ โดยทั่วไปผู้สูงวัยมีความต้องการน้ำประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน นอกจากน้ำเปล่าที่ช่วยเติมเต็มน้ำให้กับร่างกายแล้ว เครื่องดื่มอร่อยอื่นๆ ที่ผู้สูงวัยเลือกดื่มในแต่ละวัน เช่น เครื่องดื่มหวานน้อย ชาหรือกาแฟที่ไม่เติมน้ำตาล ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยเติมเต็มน้ำให้กับร่างกายได้เช่นเดียวกัน

เสริมใยอาหารใส่ใจไว้ท้องไม่ผูก

ยิ่งอายุมากขึ้น ระบบการย่อยและการดูดซึมสารอาหารย่อมทำได้ไม่ดี ทำให้ผู้สูงอายุมักมีอาการท้องผูกอยู่บ่อยๆ การกินอาหารที่มีเส้นใยอาหารเป็นประจำ จึงช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด อาหารที่เป็นแหล่งของใยอาหาร ได้แก่ ผักผลไม้ทุกชนิด เมล็ดธัญพืช เช่น ถั่วขาว ถั่วเหลือง ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แต่ถ้าผู้สูงอายุคนไหนมีปัญหาเรื่องการเคี้ยว ไม่สามารถเคี้ยวผักสดหรือผลไม้ที่แข็งได้ เคล็ดลับคือการนำผักผลไม้ ไปบดหรือปั่นให้เคี้ยวง่าย หรือดื่มเครื่องดื่มที่เสริมใยอาหาร ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าร่างกาย และลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย 

เคล็ด ‘ไม่’ ลับเลือกกาแฟอย่างไรให้ถูกใจวัยเก๋า 

กาแฟดำ 1 ช้อนชา ไม่ใส่น้ำตาล ซึ่ง 1 แก้ว ให้พลังงานเพียง 5 กิโลแคลอรีเท่านั้น สำหรับคอกาแฟดำ เพื่อความสะดวก เนสกาแฟมีทางเลือกใหม่ คือ ‘เนสกาแฟ อเมริกาโน่’ ชงง่าย ละลายได้ในน้ำเย็น แค่ฉีกซอง เท ชง ก็สัมผัสความหอม เข้ม ได้ง่ายๆ มีให้เลือกทั้งสูตรแคลอรี่ต่ำ อร่อยเบาๆ เพียง 35 กิโลแคลอรี่ต่อซอง และสูตรไม่มีน้ำตาล ไม่หวาน ให้พลังงานเพียงแค่ 5 กิโลแคลอรี่ต่อซองเท่านั้น แถมยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพอีกด้วย 

แต่สำหรับวัยเก๋าที่ยังติดใจในรสชาติของกาแฟที่อร่อย กลมกล่อม ก็สามารถลอง ‘เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู’ ถึงจะเป็นกาแฟสายกลมกล่อม แต่ก็มาพร้อมกับแคลอรี่ที่เหมาะสม ให้พลังงานต่อแก้วไม่เกิน 100 กิโลแคลอรี่ และไม่มีคอเลสเตอรอล มีให้เลือกดื่มถึง 4 รสชาติ ได้แก่ สูตรริช อโรมา…อร่อย กลมกล่อม, สูตรเอสเปรสโซ โรสต์…อร่อย เข้ม, สูตรน้ำตาลน้อยลง 25%…อร่อย ลงตัว และสูตรไม่มีน้ำตาลทราย…อร่อย กลมกล่อม ไม่หวาน ซึ่งเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ทั้ง 4 รสชาติ ได้ผสานจุดดีของกาแฟ 2 สายพันธุ์ เข้าด้วยกัน สายพันธุ์อาราบิก้า ให้กลิ่นหอมกรุ่น รสนุ่มละมุน และสายพันธุ์โรบัสต้า ให้รสชาติที่เข้ม เต็มรสกาแฟ 

หากพี่ๆ คนไหน ชอบทั้งกาแฟกลมกล่อม และต้องการเสริมคุณประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติม เราขอแนะนำ ‘เนสกาแฟ โพรเทค โพรสลิม’ หอมอร่อย กลมกล่อม ไขมันต่ำ ไม่มีโคเลสเตอรอล มีสารสกัดจากถั่วขาวและมีใยอาหารถึง 4,000 มิลลิกรัม อีกทั้งได้รับสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคอกาแฟ

ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://bit.ly/2FQuKRW
.
ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889  

Author