สุขภาพ

อัลไซเมอร์กลัวอะไรมากที่สุด?

Pinterest LinkedIn Tumblr

โดย คุณอุษาวดี สินธุเสน
อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Secret
ผู้เขียนหนังสือ “คิดเป็น โลกเปลี่ยน”

ถ้าถามใครสักคนว่า กลัวเป็นโรคอะไรมากที่สุด หนึ่งในคำตอบที่ไม่เคยตกสำรวจ คงหนีไม่พ้นกลัวเป็น ‘อัลไซเมอร์’ เพราะโรคนี้เมื่อเป็นแล้ว ไม่ได้แค่ทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ที่เป็นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดอีกด้วย

แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ให้หายขาด และไม่สามารถหาทางป้องกันได้อย่างจริงจัง แต่โชคดีที่เมื่อไม่นานมานี้ ศาสตราจารย์ Wendy Suzuki ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจาก The New York University Center ซึ่งศึกษาและทำงานวิจัยเกี่ยวกับการทำงานของสมองมาเป็นเวลานาน ได้กล่าวในการบรรยายของเธอว่า การออกกำลังกาย ‘แม้เพียงครั้งเดียว’ สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มศักยภาพการทำงานของสมองได้ใน ‘ทันที’ นอกจากนั้นยังพบว่า ภายใน 2 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย อารมณ์จะดีขึ้น สดชื่นแจ่มใสขึ้น และมีสมาธิในการทำงานมากขึ้นด้วย

ที่สำคัญ การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันและชะลอไม่ให้เกิดโรคสมองเสื่อมเร็วเกินควร รวมถึงช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งมีสาเหตุจากความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง มีอาการดีขึ้นด้วย เนื่องจากเวลาออกกำลังกาย สมองส่วน hippocampus ซึ่งมีบทบาทสำคัญในด้านพัฒนาความทรงจำระยะยาว จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เซลล์สมองในส่วนนี้รวมถึงสารสื่อประสาทที่มีความสำคัญต่อร่างกาย อาทิ โดพามีน (สารแห่งความสุข ซึ่งทำให้ร่างกายสดชื่น กระฉับกระเฉง ช่วยเพิ่มสมาธิ และความสามารถในการเรียนรู้) เซโรโทนิน (สารที่ช่วยให้จิตใจเบิกบาน สงบ และผ่อนคลาย) รวมถึงอะดรีนาลีน (สารที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองอย่างฉับไวต่อสิ่งเร้า) จะเพิ่มมากขึ้น

ศาสตราจารย์ Suzuki พบว่ายิ่งเราออกกำลังกายบ่อยมากเท่าไหร่ สมองส่วน hippocampus ก็จะยิ่งโตขึ้นและมีความแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น ผลก็คือ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอจะมีพัฒนาการด้านความทรงจำดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อสมองแข็งแรงมากขึ้น ก็จะสามารถผลิตสารสื่อประสาทที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้มากขึ้นตามไปด้วย โอกาสที่จะเกิดโรคทางสมองจึงลดลง อย่าลืมว่าอวัยวะภายนอก เช่น แขน ขา ถ้าเราหมั่นใช้และบริหารบ่อยๆ ยังแข็งแรงได้ฉันใด สมองของเราก็แข็งแรงขึ้นได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

วิธีง่ายที่สุดที่จะช่วยให้สมองแข็งแรงห่างไกลอัลไซเมอร์

ศาสตราจารย์ Suzuki แนะนำว่าวิธีที่ง่ายที่สุด ประหยัดที่สุด และทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ คือการเดินเร็วๆ เป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที ร่วมกับการเต้นแอโรบิค เพราะการออกกำลังด้วยวิธีดังกล่าวจะช่วยเร่งอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้เลือดไหลเวียนสูบฉีดไปทั่วร่างกายรวมถึงไปยังสมองของเราด้วย

นอกจากจะช่วยให้สมองแข็งแรงแล้ว ผลพลอยได้จากการออกกำลังกายที่สะดวกสบายและแสนประหยัดนี้ก็คือ น้ำหนักจะลดลงด้วย! จึงนับว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายนอกและภายในเลยทีเดียว ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกตัวใหญ่ๆ ถึงสองตัว นั่นคือ น้ำหนักร่างกายลดลง ในขณะที่น้ำหนักสมองและความแข็งแรงของสมองกลับเพิ่มขึ้น ประโยชน์สองต่อดีๆ แบบนี้ จะรอช้าไปทำไม?!

สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเป็นประจำมาก่อน หากคุณตั้งใจจริงและลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ วันที่ทำสำเร็จ คุณจะรู้สึกภูมิใจว่าคุณสามารถทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำได้ คุณจะมีความนับถือตัวเอง รักและเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น (แม้ไม่มีใครเห็น) ซึ่งความรู้สึกที่ว่านี้มีความสำคัญและมีความหมายต่อผู้สูงอายุมากทีเดียว

ดิฉันเองเคยเป็นคนที่ขี้เกียจออกกำลังกายอย่างมากถึงมากที่สุด แต่เพราะดิฉันต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ ไปไหนมาไหนได้เอง จดจำอะไรต่ออะไรโดยเฉพาะคนที่เรารักได้นานๆ ไม่ต้องการเห็นหน้าลูกแล้วจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร เลยพยายามเดินออกกำลังกายเป็นประจำ และก็เห็นผลอย่างที่งานวิจัยบอกไว้จริงๆ

สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า ลูกหลานของเรายังต้องเตรียมความพร้อมก่อนจะก้าวเข้าสู่วัยเรียน เราในฐานะพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อวัยเกษียณเช่นกัน อย่ามัวแต่วางแผนการเงินโดยลืมวางแผนสุขภาพ เพราะถึงมีเงินแต่ไม่ได้ใช้อย่างที่ตั้งใจ มีเท่าไหร่ต้องให้หมอหมด มันเจ็บใจนะคะ สู้เตรียมตัวให้แข็งแรง เตรียมสมองให้สดใส เพื่อจะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณค่าและมีความสุขดีกว่าค่ะ

(เอ้า! อ่านจบแล้ว รออะไรคะ ลุกไปเดินกันเลยค่ะ!)

*เกร็ดความรู้*

ชาวญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันด้วยการเดินมากกว่าชนชาติอื่น ปัจจุบันมีผู้อายุเกิน 100 ปี กว่า 80,000 คน! และชาวฮันซา ซึ่งมีอายุยืนที่สุดในโลก เฉลี่ยประมาณ 120 ปี นอกจากจะกินมังสวิรัติแล้ว วิถีชีวิตของพวกเขาคือการเดินขึ้นลงเขาทุกวัน

ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้ที่  https://www.facebook.com/usawadeeanne/
ติดต่องานไลฟ์โค้ช สามารถส่งข้อความมาได้ทางลิ้งค์นี้ค่ะ m.me/usawadeeanne

ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://onelink.to/9dfkjz
.
ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889

Write A Comment