นักเล่าเรื่อง

คิดเป็นโลกเปลี่ยน: ดงคนดี

Pinterest LinkedIn Tumblr

โดย อุษาวดี สินธุเสน

วันนี้ได้พบเจอแต่เรื่องดีๆ หลายเรื่องค่ะ เลยอดไม่ได้ ต้องนำมาเผยแพร่ เพราะคิดว่าเรื่องของคนดีๆ เป็นสิ่งที่ควรจะบอกต่อ

เริ่มจากสองสามอาทิตย์มานี้ ดิฉันมีผื่นขึ้นที่ผิวหนังเป็นปื้นใหญ่ๆ และคันอย่างมาก แต่จะเป็นเฉพาะเวลากลางคืนหลังจากนอนไปแล้วสองสามชั่วโมง ตอนแรกเข้าใจว่าคงแพ้ไรฝุ่น จึงให้บริษัทกำจัดไรฝุ่นมาทำความสะอาดเครื่องนอนทั้งหมดถึงสองครั้ง แต่ก็ยังไม่หาย จึงลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดู ก็พบว่าผื่นคันที่ว่า อาจเป็นผลจากร่างกายมีสารพิษปะปนอยู่ในกระแสเลือด

ดิฉันจึงตัดสินใจไปพบแพทย์ที่คลินิกเปิดใหม่ใกล้บ้าน ชื่อ ‘เสริมสุขการแพทย์’ นับว่าโชคดีมากค่ะที่เลือกสถานที่ถูก เพราะได้เจอคุณหมอที่ทั้งเก่งและใจดี วันนั้นนอกจากคุณหมอจะตรวจรักษาและให้คำแนะนำเป็นเวลานานแล้ว ดิฉันก็ยังให้คุณหมอตรวจเช็คไขมันในเส้นเลือดแบบครบเซ็ตด้วยเพราะถึงกำหนดพอดี แถมไม่ต้องรอผลข้ามวัน สามารถทราบผลในเย็นวันนั้นเลย สรุปว่าทั้งตรวจรักษา เจาะเลือด บวกให้ยาอีกสองขนานโดยสามารถกินติดต่อกันได้ 5 วัน ดิฉันเสียค่าใช้จ่ายแค่ 1,280 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าทำแบบเดียวกันที่รพ.เอกชนซึ่งเคยไปรักษาประจำ ดิฉันมั่นใจว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 3000 บาทแน่นอน ทั้งๆ ที่การให้บริการ ความสะอาด สะดวกสบาย และความรวดเร็วแทบไม่ต่างกันเลย

ยิ่งกว่านั้น ในวันรุ่งขึ้นเมื่อไปพบคุณหมอ เพื่อติดตามผลจากการกินยา คุณหมอก็ยังพูดคุยและอธิบายผลเลือดอย่างละเอียด พร้อมทั้งสละเวลาให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์อีกมากมายแบบไม่กลัวเสียเวลาเลยสักนิด

เมื่อออกจากห้องตรวจ ดิฉันเข้าใจว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเรียกว่าค่าบริการทางการแพทย์หรืออะไรก็แล้วแต่เหมือนในรพ.รัฐ หรือรพ.เอกชนทั่วไป แต่ปรากฏว่าดิฉันไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท ที่อื่นๆ บางครั้งหมอกวาดตามองแวบเดียว แล้วเขียนอะไรยุกยิกบนกระดาษนิดนึง แทบไม่ได้ตรวจรักษา ไม่ได้มองหน้าคนไข้ตรงๆ เลยด้วยซ้ำ แค่เรานั่งพูด นั่งมองหน้าหมอ (โดยที่หมอไม่ได้มองหน้าเรา) เพียง 5 หรือ 10 นาทีก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างต่ำสุด 300 – 500 บาท หรือมากกว่านั้น แล้วแต่หมอและสถานที่

พอออกจากร้านหมอ ก็มาเจอร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ถัดไป หน้าร้านมีตู้ปันน้ำใจให้คนเอาของมาบริจาคให้ผู้ยากไร้ ดิฉันเห็นตู้นี้ตั้งแต่เมื่อวาน ก็ตั้งใจเอาของมาบริจาคอยู่แล้ว แต่พอคุณหมอไม่คิดค่าตรวจ จึงถือโอกาสไปซื้อของมาเพิ่ม เพื่อจะได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ที่เราได้รับให้กับคนอื่นต่อไป พอใส่ของในตู้เสร็จ เงยหน้าขึ้นก็เห็นข้อความบนกระดาษที่แปะไว้หน้าร้านเขียนว่า “ตกงานไม่มีรายได้ ขอรับข้าวกล่องได้ที่นี่” นั่นแสดงว่า นอกจากเจ้าของร้านจะใจดีวางตู้ปันน้ำใจหน้าร้านแล้ว ยังมีน้ำใจช่วยเหลือผู้ยากไร้เองอีกด้วย นับว่าได้เจอคนดีอีกเป็นรายที่สอง

ระหว่างรอพบคุณหมอ ดิฉันเห็นมีอู่ซ่อมรถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่ใกล้ๆ เลยตัดสินใจเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเสียเลย และก็ได้เจอเจ้าของร้านใจดี (อีกแล้ว!) เพราะค่าบริการที่นี่ถูกกว่าที่อื่นมาก แถมน้ำมันเครื่องที่ใช้ก็เป็นอย่างดีครอบคลุมระยะทางถึง 15,000 กิโลเมตร รวมเปลี่ยนน้ำมันเกียร์และอื่นๆ พร้อมขัดไฟหน้ารถที่หม่นมัวเพราะใช้งานมานานเกือบ 10 ปีจนขาวใสเหมือนใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว (ค่าขัดไฟคู่หน้า แค่ 300 บาทเท่านั้น) รวมค่าบริการทั้งหมดเพียง 1550 บาท!

ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยถามคนที่รับขัดไฟหน้ารถซึ่งเปิดให้บริการริมถนน ไม่ใช่อู่ที่ได้มาตรฐานแบบนี้ ยังคิดราคาแพงกว่านี้ตั้งเยอะ โชคดีที่ตอนนั้นไม่ได้ตัดสินใจทำ ยิ่งกว่านั้นบังเอิญดิฉันมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียและตั้งใจว่าจะหาช่างซ่อม เลยเอาติดรถมาด้วย ตอนแรกคิดว่าถ้าเปิดเครื่องได้จะซ่อมเอง แต่ที่บ้านไม่มีไขควงขนาดพอดีที่จะเปิด คิดว่ายังไงร้านซ่อมรถต้องมีไขควงหลายแบบแน่ๆ จึงขอให้เจ้าของร้านช่วยเปิดให้ แล้วก็พบชิ้นส่วนที่แตกหักอยู่จริงๆ ทางเจ้าของก็อุตส่าห์เอาเทปกาวมาพันซ่อมให้อย่างดี จนสามารถกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ดิฉันเห็นเขาสละเวลาช่วยด้วยความเต็มใจ จึงอยากให้เงินตอบแทนความมีน้ำใจ แต่เขาไม่ยอมรับ จะว่าไปค่าบริการทั้งหมดก็ถือว่าถูกมากแล้ว ส่วนเกินนี้ยังทำให้ฟรีอีก แถมการพูดจาก็สุภาพเรียบร้อย โชคดีจริงๆ ที่ได้เจอคนดีอีกคน

สรุปว่าวันนี้ได้เจอคนดีๆ ติดกันถึงสามราย จึงรู้สึกอิ่มเอมและเป็นสุขใจมาก เลยอยากส่งต่อความสุข และความอิ่มเอมใจให้กับทุกคน

ที่สำคัญคือ อยากประชาสัมพันธ์ว่า ถ้าใครอยู่แถว อ. เมือง จ.ปทุมธานี หรือบังเอิญผ่านมาแถวนี้ และมีความจำเป็นต้องพบแพทย์ หรืออยากกินก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ หรือต้องการนำของมาใส่ตู้ปันน้ำใจ แต่ไม่รู้ว่าตู้อยู่ที่ไหน อยากล้างรถ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ขอแนะนำให้แวะมาที่ทางเข้าปั๊ม Susco สี่แยกบางคูวัดนะคะ (พิกัดที่แน่ชัดกดดูใน Google maps ได้เลยค่ะ ร้านทั้งหมดนี้อยู่ในบริเวณเดียวกัน ถ้าจะเรียกแถวนี้ว่า ‘ดงคนดี’ ก็คงไม่ผิด)

สุดท้ายนี้ อยากบอกให้โลกรู้ว่า คนไทยเราเนี่ยน่ารักที่สุด ประเทศไทยก็น่าอยู่ที่สุด ดิฉันรักคนไทย รักประเทศไทย และภูมิใจในความเป็นไทยมากที่สุดเลยค่ะ

(ปล. เวลาเจอเรื่องราวแบบนี้ ดิฉันมักจะนึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เสมอ ว่าถ้าพระองค์ท่านมองลงมาจากฟ้า จะทรงดีใจแค่ไหนที่เห็นเรามีน้ำใจ ไม่เอาเปรียบกัน แถมรักและช่วยเหลือกันอย่างนี้ ^^)

Image credit: https://unsplash.com/

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://bit.ly/2FQuKRW
.
ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889  

Author