นักเล่าเรื่อง

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรื่องที่ผู้สูงวัยควรรู้ แต่หลายคนไม่เคยรู้!

Pinterest LinkedIn Tumblr

โดย อุษาวดี สินธุเสน 
อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Secret 

วันนี้มีเรื่อที่คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาฝาก พอดีเจอมากับตัวเอง เลยอยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแก้ไขระบบการทำงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศค่ะ 

ก่อนอื่น ต้องบอกให้ทราบว่า ตัวดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาทโดยการโอนเข้าบัญชีทุกเดือน แต่จู่ๆ เงินจำนวนนี้ก็ขาดหายไปอย่างไร้วี่แวว ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยไม่ทราบเหตุผลใดๆ ปกติดิฉันไม่ได้เช็คยอดเงินในบัญชีทุกเดือน บวกกับพอไม่มี SMS แจ้ง จึงลืมนึกถึงเงินจำนวนนี้ไปเลย และเข้าใจเอาเองว่าคงมีเงินโอนเข้าบัญชีตามปกติ แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเอะใจเช็คดู พบว่าไม่มีเงินโอนเข้ามาหลายเดือนแล้ว พอสอบถามไปยังกรมบัญชีกลางเลยทราบว่า สาเหตุเป็นเพราะดิฉันย้ายที่อยู่หรือย้ายสำมะโนครัวนั่นเอง !!  

เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลางแจ้งว่า ทันทีที่ย้ายที่อยู่ ผู้ที่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุจะต้องนำหลักฐานซึ่งได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาสมุดบัญชีที่จะให้โอนเงิน ไปลงทะเบียนแจ้งย้ายที่อยู่ ที่เทศบาล หรือ อบต.ในเขตที่ย้ายมาอยู่ใหม่ทันที จึงจะได้รับเบี้ยฯต่อเนื่อง หากพ้นเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นปีงบประมาณแล้วไม่ได้แจ้งย้าย จะถูกตัดสิทธิ์ทันที 1 ปีเต็ม และต่อให้แจ้งย้ายแล้ว แต่ถ้าช้าเกินกำหนด (อย่างกรณีของดิฉันที่ไปลงทะเบียนเลยปีงบประมาณไปแล้ว) จะต้องรอถึงเดือนตุลาคม ปี 64 กว่าจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุอีกครั้ง !! 

ดิฉันเชื่อว่าคงมีหลายคนที่ไม่ทราบเรื่องนี้ และทางเขตที่ดิฉันแจ้งย้ายออก ก็ไม่บอกสักนิดว่า พอย้ายออกแล้ว ต้องรีบไปลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ใหม่ที่เทศบาลในเขตที่ย้ายเข้าอยู่ทันที อันที่จริงเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาทอาจฟังดูเหมือนน้อยนิด แต่เมื่อรวม 12 เดือนก็เป็นเงินถึง 7200 บาท นับว่าไม่น้อยเลย โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุที่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่มีรายได้อะไร แล้วจู่ๆเงินที่เคยใช้ยังชีพทุกเดือนขาดหายไปถึง 1 ปึ คงจะเดือดร้อนมากทีเดียว ดิฉันรู้สึกเห็นใจผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย หรือไม่มีรายได้อะไร และต้องพึ่งเงินจำนวนนี้ในการยังชีพมากๆ จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาปรับปรุงแก้ไขดังนี้ 

1. ประชาสัมพันธ์ให้ละเอียดชัดเจนและรู้กันทั่วทั้งประเทศ (เหมือนที่ประชาสัมพันธ์เรื่อง คนละครึ่ง ไทยชนะ หมอชนะฯ)ว่า การจะได้รับสิทธิ์ และเสียสิทธิ์ในการรับเบี้ยผู้สูงอายุ มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์อะไรบ้าง 

2. ทุกครั้งที่มีการแจ้งย้ายออกจากเขต ให้ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เขตในการแจ้งเตือนว่า หากผู้ที่ย้ายออกเป็นผู้สูงอายุและได้รับเบี้ยยังชีพอยู่ จะต้องไปลงทะเบียนที่ เทศบาลหรืออบต.ที่ย้ายไปอยู่ใหม่ทันที เพื่อรักษาสิทธิ์ที่เคยได้รับทุกเดือนเอาไว้ 

3. ยุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยี ดังนั้นจึงควรมีการลิงค์ข้อมูลระหว่างเขต อำเภอ กรมบัญชีกลาง รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่ควรปล่อยให้เป็นภาระของประชาชนแต่เพียงฝ่ายเดียว (โดยเฉพาะผู้สูงอายุในชนบท ซึ่งมักไม่ทราบข้อมูลข่าวสารของทางราชการ) จะได้เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด ดังเช่นกรณีของดิฉัน รวมถึงกรณีของผู้สูงอายุหลายท่านที่ประสบความเดือดร้อนต้องโอนเงินคืนให้กับรัฐ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเพราะขาดการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง อีกทั้งขาดการตรวจสอบและประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่น่าเป็นเรื่องยากสำหรับยุคนี้ 

4. เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะในยามที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ หากเป็นไปได้ หลังจากมีการแจ้งลงทะเบียนแล้ว ควรจัดสรรเงินย้อนหลัง หรืออย่างน้อยก็จัดสรรเงินที่ผู้สูงอายุพึงได้รับในปีนั้นๆให้ตามความเหมาะสม ไม่ใช่ตัดสิทธิ์โดยเด็ดขาด และให้ผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์มาแล้วต้องรอรับสิทธิ์ใหม่นานถึง 1 ปี ทั้งๆที่ความผิดพลาดส่วนหนึ่ง เกิดจากการขาดประสิทธิภาพในการประสานงานและการประชาสัมพันธ์ของทางราชการเอง 

ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ที่ดิฉันพบเจอมากับตัวเองเมื่อเร็วๆมานี้ จึงอยากนำมาแชร์ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ดิฉันไม่อยากให้ผู้สูงอายุที่บังเอิญต้องย้ายที่อยู่เสียสิทธิ์ในการได้รับเบี้ยยังชีพถึง 1 ปีเต็ม เพราะไม่ทราบข่าวสารข้อมูลในเรื่องนี้เหมือนดิฉัน  

ข้อเสนอแนะข้างต้นนี้เขียนขึ้นจากใจและจากความคิดของประชาชนธรรมดาๆที่ไม่ทราบรายละเอียดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับข้อจำกัดในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ที่เสนอแนะมาก็หวังเพียงว่า หากผู้ที่รับผิดชอบได้อ่านบทความนี้ แล้วนำสิ่งที่ดิฉันเสนอไปพิจารณาหาทางแก้ไขร่วมกัน ก็คงช่วยอำนวยความสะดวกและก่อให้เกิดผลดีต่อผู้สูงวัยทั้งประเทศไม่มากก็น้อย  

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน YOUNGHAPPY ได้ที่ http://onelink.to/9dfkjz

ติดต่อเรา

Author

คนชลบุรี ชอบกินข้าวแกงกะหรี่ และเป็นนักอ่านตัวยง อนาคตอยากเปิดคาเฟ่ร้านหนังสือ