ยังแข็งแรง

10,000 ก้าวต่อวันย้อนวัยให้ฟิตปั๋ง

ใครที่ชอบไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะก็มักจะสังเกตเห็นผู้สูงอายุชวนกันมาออกกำลังกายกันเป็นกลุ่มๆ วิ่งไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน ถือเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดีที่ไม่ต้องพึ่งมีดหมออะไรเลย แต่ถ้าพี่ๆ คนไหนที่ไม่ชอบวิ่ง เราก็มีทางเลือกที่ดีไม่แพ้กันมาแนะนำ นั่นก็คือการเดินนี่แหละ แค่เดินก็เท่ากับได้ออกกำลังกายแล้ว ไม่ต้องไปเข้ายิม หรือสมัครฟิตเนสที่ไหนให้เปลืองเงิน เริ่มได้ง่ายๆ ที่บ้านของเราเอง

การเดินจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน และช่วยลดไขมันได้ง่ายๆ จะเริ่มที่ไหนก็ได้ และเป็นกิจกรรมที่ทุกเพศทุกวัยทำได้ ไม่เว้นแม้แต่คนที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อ ความดันโลหิตสูง หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้สูงวัย

“10,000 ก้าวต่อวัน จะสามารถเผาผลาญไปได้ถึง 500 แคลอรี่

หมื่นก้าว! อาจฟังดูเยอะและไม่น่าทำได้ แต่คนเราโดยทั่วไปนั้นก็มักจะมีการเดินอยู่เป็นปกติประมาณ 1,000-3,000 ก้าวต่อวันอยู่แล้ว เพียงแค่เราเพิ่มความตั้งใจและใส่เป้าหมายลงไปอีกสักหน่อย ก็จะสามารถพิชิตหมื่นก้าวได้แน่นอน โดย 2,000 ก้าวจะอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลครึ่ง ใช้เวลา 20 นาทีในการเดิน และถ้าจะไปให้ถึง 10,000 ก้าวจะอยู่ที่ราวๆ 8 กิโลเมตร

ใครที่กำลังท้อว่าคงทำไม่ได้ ไม่ต้องห่วง เรามีทิปส์เล็กๆน้อยๆมาฝากให้ทุกคนได้พิชิตให้สำเร็จไปด้วยกัน!

1. ตัวช่วย App Pedometer

Pedometer เป็นแอปฯ ที่จะช่วยในการนับก้าวเดินของเราในแต่ละวัน เราสามารถใช้นับได้ตลอดทั้งวัน และยังเก็บเป็นบันทึกเอาไว้ดูพัฒนาการของเราได้อีกด้วย ถ้าวันไหนเห็นว่าเดินน้อย เจ้าแอปฯ นี่แหละที่จะทำให้เรารู้สึกว่าวันนั้นต้องเดินให้มากขึ้นหน่อย จะเดินออกไปซื้อของ พาหลานๆไปเดินเล่น หรือเดินออกไปทำสวนหลังบ้านก็ได้

2. ค่อยๆ เพิ่มไปวันละ 300 ก้าว

หมื่นก้าวต่อวันไม่ได้หมายถึงการลุยเดินทั้งหมดหมื่นก้าวในวันเดียว เพราะการออกกำลังกายทุกประเภทย่อมต้องมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากศูนย์ถึงร้อย ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของสูตรการออกกำลังให้ท้าทายขึ้น การเพิ่มขึ้นทีละ 300 ก้าวไปเรื่อยๆ จะทำให้เราเก็บเป็นสถิติ หรือเก็บบันทึกพัฒนาการของตัวเองได้ ทำให้เราสามารถถึงหมื่นก้าวได้โดยไม่โหดเกินไป และเมื่อรวมตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายแล้วเราจะได้เห็นการเดินทางทั้งหมดของพัฒนาการที่เราได้ทุ่มเทลงไป

3. ฝึกให้เป็นนิสัย

แม้ว่าการเดินจะเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายๆ แต่การเดินหมื่นก้าวทุกวันนั้นไม่ง่ายเลย เราต้องใส่ความพยายามและผลักดันตัวเองอย่างมหาศาลไม่แพ้การออกกำลังชนิดอื่น ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ได้อะไรจากการเดินเลย ลองฝึกให้เป็นนิสัย วางตารางในทุกวันเวลาให้มีการเดินเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร แล้วเราจะสามารถทำได้โดยไม่รู้สึกฝืนหรือเหนื่อยจนเกินไป

4. เดินขึ้นลงเขา

การเดินบนเขาจะเพิ่มปริมาณการเผาผลาญแคลอรี่เข้าไปอีก ถ้าคุณอยู่ในที่ที่มีเนินสูงต่ำ ก็ควรใช้ประโยชน์จากมันในการเดินนี่แหละ เดินขึ้นลงเป็นประจำจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเราได้ยืดหยุ่นและได้ทำงาน หรือถ้าใครที่อยู่พื้นราบก็สามารถเปลี่ยนเป็นเดินขึ้นลงบันไดแทนได้

5. ใช้เครื่องช่วยเตือน

การจะตั้งใจทำอะไรทุกวันให้เป็นกิจวัตรนั้นยากตรงที่เรามักลืมที่จะทำอยู่เสมอ เราต่างยุ่งกับภารกิจสำคัญต่างๆ ที่เข้าแทรก ทำให้ลืมทำสิ่งที่ควรทำอยู่บ่อยๆ การใช้เครื่องช่วยเตือนจะทำให้เราไม่หลุดโฟกัสไปได้ง่ายๆ เช่น ตั้งเวลาไว้ในโทรศัพท์มือถือให้ออกไปเดินให้เป็นกิจวัตร หรือวงวันที่จะต้องออกไปเดินเล่นไว้ในปฏิทินข้างกาย

6. เดินเร็ว

ยิ่งเราเดินเร็วเท่าไรก็ยิ่งเผาผลาญแคลอรี่ไปได้เยอะ สังเกตง่ายๆ จากการหายใจของเรา เราควรเดินให้เหนื่อยพอที่จะได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง ถ้ายังรู้สึกว่าเดินได้ชิวๆอยู่โดยที่ไม่เหนื่อย ก็ควรเพิ่มอัตราความเร็วสักหน่อย และอาจแกว่งแขนระหว่างเดินเพิ่มด้วย

อย่าทำให้การเดินเป็นแค่การออกกำลังกาย แต่ในระหว่างวัน ในแต่ละกิจกรรมที่ทำก็สามารถใส่การเดินเข้าไปในทุกๆจังหวะได้ เช่น

  • จากที่เคยลงป้ายรถหน้าบ้าน ลองลงก่อนถึงป้ายแล้วเดินต่อไปอีกนิด

  • จอดรถให้มีระยะให้เดินต่อไปยังอาคารเพิ่มขึ้นอีกนิด

  • เดินไปส่งหลานๆ ที่จุดรอรถ

  • พาน้องหมาแมวไปเดินเล่นนอกบ้าน

  • แทนที่จะนั่งดูทีวี หรือเล่นมือถือ ลองออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะเพิ่มขึ้น

  • ถ้าเดินเส้นทางเดิมๆ จนเบื่อแล้ว ลองออกนอกเส้นทางหรือใช้เส้นใหม่ๆ ในการเดินดูบ้าง

ยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยให้การเดินของเรามีสีสันให้สนุกขึ้น อย่ารอคอยเวลา ออกไปเริ่มเดินกันเถอะ!

Credit: https://www.mindbodygreen.com, https://www.pexels.com/

รับข่าวสารข้อมูลและกิจกรรมดีๆ จากเราได้เร็วก่อนใครที่แอปฯ YOUNGHAPPY
คลิ๊ก http://bit.ly/2FQuKRW

.

ติดต่อเรา
LINE: https://bit.ly/2GJY38k
หรือ @YOUNGHAPPY (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะจ้ะ)
FACEBOOK: YOUNGHAPPYSE
CALL CENTER: 065-506-2889

Author

Write A Comment